Appreciation vs. approval, compliments or praise

Photo by Donald Giannatti on Unsplash

บทความนี้เป็นหนึ่งในซีรี่ย์ของ NVC key differentiations สำหรับคนที่ไม่รู้จัก key differentiations มาก่อน เล่าคร่าว ๆ คือของ 2 สิ่งที่เราต้องแยกออกจากกันให้ได้ เพราะด้านซ้ายจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสื่อสาร ส่วนด้านขวาจะทำร้ายความสัมพันธ์

Appreciation คือการแสดงความขอบคุณในสิ่งที่ผมได้รับ เป็นการแสดงความซาบซึ้งและขอบคุณออกมาจากเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งถึงอีกคนหนึ่งอย่างเท่าเทียม ปราศจากความต่างทางอำนาจไม่ว่าจะด้วยสถานะหรือตำแหน่งเป็นต้น

Approval หรือการยอมรับ เป็นการแสดงความชื่นชมพอใจจาก power rank ที่สูงกว่า เช่น หัวหน้ายอมรับลูกน้อง หรือผู้ใหญ่ยอมรับเด็ก

Compliments คือการชม เป็นการกล่าวถึงข้อดีหรือจุดแข็งที่ผมเห็นจริงในประสบการณ์ของผมให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ต่างกับการแสดงความขอบคุณ คือ การชมผมใช้ไม้บรรทัดที่ผมเลือกในการตัดสินว่าอะไรดีหรือเป็นจุดแข็ง ส่วนการแสดงความขอบคุณเน้นที่การสื่อสารความรู้สึกและคุณค่าที่ผมได้รับในประสบการณ์ของผม

Praise หรือการสรรเสริญ เป็นชมจาก power rank ที่ต่ำกว่าไปให้ผู้ที่อยู่สูงกว่า เช่น ลูกน้องสรรเสริญหัวหน้า

วิธีใช้งาน

เมื่อไหร่ที่ผมรู้ตัวว่าผมกำลังยอมรับ, ชม หรือสรรเสริญ key differentiation นี้จะช่วยให้ผมตระหนักว่ามี power rank ที่แตกต่าง หรือ มีคำตัดสินของผมเจือปนอยู่ในบริบทนี้ บ่อยครั้ง ผมจะลองเปลี่ยนการยอมรับ, คำชม หรือคำสรรเสริญ เป็นคำขอบคุณดู แล้วค่อยตัดสินใจว่าระหว่างคำขอบคุณ กับคำเดิมที่ผมตั้งใจจะพูด ผมอยากสื่อสารสิ่งใดมากกว่ากัน ผมมักจะเลือกคำขอบคุณเมื่อผมให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม และอยากเพิ่มโอกาสที่จะให้สารที่ผมอยากจะสื่อไปถึงใจผู้รับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

--

--

ประมาณสิบปีก่อน ผมกำลังนั่งคุยกับเจ้าของ startup แห่งหนึ่ง เค้าเล่าว่ามันยากมากเลยที่จะหา senior developer เก่ง ๆ… — แรงขับเคลื่อนของ Microservices ประมาณสิบปีก่อน ผมกำลังนั่งคุยกับเจ้าของ startup แห่งหนึ่ง เค้าเล่าว่ามันยากมากเลยที่จะหา senior developer เก่ง ๆ ทุกวันนี้เค้าใช้เวลาทั้งวันไล่ดูใบสมัครและสัมภาษณ์คน เค้าบอกว่า ขนาดกรองเลือกเอาเฉพาะใบสมัครที่บอกว่ามีประสบการณ์การเขียนโปรแกรม 5–7 ปีเท่านั้นมาสัมภาษณ์ แต่พอสัมภาษณ์จริง ปรากฏว่าพอให้คนเหล่านั้นลองออกแบบระบบหรือแก้โจทย์ ประสบการณ์หลายปีของคนเหล่านั้นกลับไม่สะท้อนออกมาเลย ราวกับว่า…

แรงขับเคลื่อนของ Microservices
แรงขับเคลื่อนของ Microservices

เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อย ๆ บางครั้งผมก็บอกตัวเองเวลาผมเจอปัญหาที่ยังไม่มีทางแก้ พอรู้ตัวแล้วว่าคิดต่อไปก็คิดไม่ออก ผมก็จะไปพัก… — เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อย ๆ บางครั้งผมก็บอกตัวเองเวลาผมเจอปัญหาที่ยังไม่มีทางแก้ พอรู้ตัวแล้วว่าคิดต่อไปก็คิดไม่ออก ผมก็จะไปพัก ไม่ก็สลับไปทำอย่างอื่นแล้วค่อยกลับมาแก้ใหม่วันหลัง จากหนังสือ Why We Sleep ผมได้แบ่งปันก่อนหน้านี้ว่าการนอนช่วยเสริมสร้างทักษะ สร้างพื้นที่สำหรับเก็บความทรงจำใหม่ ๆ และช่วยเยียวยาจิตใจ ซึ่งทั้ง 3 อย่างช่วยให้เราเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้ง่ายขึ้น แต่นอกจากนี้ผมได้เรียนรู้จากหนังสือเพิ่มเติมว่าในสภาวะที่เรากำลังหลับ จะมีสารบางอย่างหลั่งออกมา ทำให้เราสร้างสรรค์มากขึ้นอีกด้วย

คิดไม่ออก ให้ไปนอนตื่นนึงก่อน
คิดไม่ออก ให้ไปนอนตื่นนึงก่อน
Photo by Kenrick Mills on Unsplash

พอ Travis CI เริ่มเก็บตังค์ ผมก็อพยบไป Github Actions แทน

ตอนทำใน Travis CI เคย addons ที่ชื่อ sonarcloud แต่พอมาเป็น Github Actions ไม่มี addons ให้ใช้ ก็เลยลองค้น ๆ ดูจนเจอ action ที่ชื่อ sonarsource/sonarcloud-github-action@master ให้ใช้ครับ

วิธีใช้ก็ง่ายดี ถ้าเรามี sonar-project.properties อยู่แล้ว ทุกอย่างก็ตรงไปตรงมา ทำตามตัวอย่างได้เลย

- name: SonarCloud Scan
uses: sonarsource/sonarcloud-github-action@master…

--

--

วะลีมะฮ (Valima) แปลว่า งานเลี้ยงส่งท้าย จัดโดยฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งครั้งนี้จัดกันที่โรงแรม ผมใส่สูทไปรับประทานอาหารธรรมดาเหมือนงานแต่งบ้านเรา แล้วก็จะเห็นคู่บ่าวสาวเดินทักทายตามโต๊ะต่าง ๆ เสร็จแล้วก็มีผลัดกันไปถ่ายรูปรวมเหมือนวันนิกะห์เลย แค่วันนี้ไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาเฉย ๆ

photo by Chokchai Phatharamalai

เท่าที่ผมค้นข้อมูลมา เหมือนงานเลี้ยงส่งท้ายจะจัดภายใน 2 วันหลังจากวันนิกะห์ แล้วก็จะเลี้ยงทุกคนไม่แบ่งชนชั้น เพราะการเลี้ยงอาหารผู้คนเป็นการช่วยงานของพระเจ้า ผู้ที่คอยดูแลให้ทุกชีวิตได้อิ่มท้อง การเลี้ยงอาหารจึงได้บุญ

--

--